
เปิดมหากาพย์การต่อสู้ครั้งใหม่ของลูกจ้างสาวหัวใจแกร่ง ศาลปกครองกลางประทับรับฟ้องคดี “เลิกจ้างไม่เป็นธรรม” หลังถูกประเมิน “ขาดจริยธรรม” สวนทางบทบาทพยานปากเอกคดีโกงมรดก 500 ล้าน ลากไส้กระบวนการสอบสวน “นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร-ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร-กรมการปกครอง” ต้องขึ้นบัลลังก์ชี้แจงเหตุผลที่แท้จริงของการไม่ต่อสัญญา กางคำถามเด็ด! จี้เปิดผลประเมินปี 67 ให้ชัดเจนว่า “การปกป้องผลประโยชน์แผ่นดิน” กลายเป็นเรื่อง “ไร้คุณธรรม” ไปได้อย่างไร

สมุทรสาคร, 18 พฤศจิกายน 2568 – เวลา 10:30 น. ณ ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ กระบวนการยุติธรรมทางปกครองได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ และถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีลูกจ้างสย. ชั้นผู้น้อย เมื่อศาลมีคำสั่ง “รับฟ้อง” ในคดีหมายเลขดำที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคล ของ นางสาวธัญญรส รัตนณวัฒนสกุล อดีตลูกจ้างฝ่ายทะเบียน อำเภอเมืองสมุทรสาคร (ผู้ฟ้องคดี) ที่ลุกขึ้นมาท้าชนกับอำนาจรัฐ เพื่อขอเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
คดีนี้สืบเนื่องมาจากกรณีอื้อฉาวระดับประเทศ เมื่อนางสาวธัญญรส ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ ได้ทำหน้าที่พลเมืองดีและรักษาระบบข้าราชการที่ดี โดยการเป็นพยานและเปิดโปงขบวนการปลอมแปลงเอกสารทางราชการเพื่อจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม หวังฮุบมรดกมูลค่ามหาศาลกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งการกระทำของเธอควรได้รับการยกย่อง แต่ผลตอบแทนที่ได้รับกลับเป็น “คำสั่งไม่ต่อสัญญาจ้าง”
ในการฟ้องร้องครั้งนี้ นางสาวธัญญรส ได้ยื่นฟ้องผู้มีอำนาจสั่งการ 3 ส่วนหลัก ได้แก่
ร้อยตรีประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1)
นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2)
กรมการปกครอง (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3)
ปมร้อน: แฉทุจริต = ขาดจริยธรรม? ใจความสำคัญของคำฟ้องที่ศาลรับพิจารณา คือการตั้งข้อสงสัยต่อความชอบธรรมของการประเมินผลการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่ระบุเหตุผลในการเลิกจ้างว่า ผู้ฟ้องคดี “ขาดคุณธรรมและจริยธรรม” ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงและย้อนแย้งกับพฤติการณ์จริงที่เธอต่อสู้เพื่อความถูกต้องมาโดยตลอด
นางสาวธัญญรส ได้ระบุความต้องการให้ศาลวินิจฉัยใน 2 ประเด็นหลักที่เปรียบเสมือนการ “กระชากหน้ากาก” ระบบราชการ คือ:
ผลการประเมินปี 2567 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่: ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีชี้แจงรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรว่า การที่เธอปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตและเปิดโปงการทุจริตนั้น เข้าข่าย “ขาดคุณธรรมและจริยธรรม” ในข้อใด และมีพฤติกรรมใดที่บ่งชี้เช่นนั้น
คำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่: ขอให้ศาลตรวจสอบคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์ของ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) ว่าได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบและเป็นธรรมตามหลักธรรมาภิบาลหรือไม่ หรือเป็นเพียงการยืนยันคำสั่งตามน้ำเพื่อปกป้องพวกพ้อง
การรับฟ้องของศาลปกครองกลางในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การเริ่มต้นของอดีตลูกจ้างคนหนึ่ง แต่เป็นแสงสว่างที่ส่องไปยังมุมมืดของระบบราชการไทย ท่ามกลางสายตาของสังคมที่เฝ้ารอคำตอบว่า ท้ายที่สุดแล้ว ตาชั่งแห่งความยุติธรรมจะเอนเอียงไปทาง “ผู้มีอำนาจ” หรือจะธำรงไว้ซึ่ง “ความถูกต้อง” และมาตรฐานคำว่า “จริยธรรม” ของข้าราชการไทย แท้จริงแล้ววัดกันที่ผลงานหรือการเชื่อฟังคำสั่งนาย?