เด็ดปีกขบวนการฮุบสมบัติ! เพิกถอนแล้วทะเบียนบุตรบุญธรรมปลอม ทายาทลุยล้างบางคนผิด

สิ้นสุดทางเลี่ยง! ทายาทตระกูลศิลาสุวรรณ ถือคำสั่งศาลฎีกาบุกเพิกถอนทะเบียนรับบุตรบุญธรรมปลอม ณ อำเภอเมืองสมุทรสาครเรียบร้อยแล้ว

เปิดใจสะเทือนวงการ ลั่นเดินหน้าจัดการมรดก 500 ล้านบาท พร้อมเช็กบิลผู้อยู่เบื้องหลังและผู้ร่วมขบวนการทุจริตทุกคนให้ชดใช้กรรม
ทีมข่าวเตรียมปล่อยคลิปสัมภาษณ์ฉบับเต็มเร็ว ๆ นี้ คดีจบแต่การล้างบางเพิ่งเริ่มต้น ใครบ้างต้องรับผิดชอบ?
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 16.00 น. ความคืบหน้าล่าสุดของมหากาพย์แย่งชิงสมบัติ 500 ล้านบาทของตระกูลศิลาสุวรรณ ได้ก้าวมาถึงจุดสิ้นสุดในทางเอกสารราชการอย่างสมบูรณ์ เมื่อ นายรัชต์สพล ศิลาสุวรรณ หนึ่งในทายาทโดยธรรมที่เป็นโจทก์ร่วมในคดี ได้เดินทางมายัง ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาคร เพื่อยื่นคำสั่งศาลฎีกาหลังคดีถึงที่สุด ขอให้นายทะเบียนทำการเพิกถอนและขีดฆ่าทะเบียนรับบุตรบุญธรรมของ นางจุฑารัตน์ (ฝ่ายจำเลย) ออกจากระบบอย่างเป็นเด็ดขาด

การยื่นเพิกถอนในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากศาลฎีกามีคำสั่งเด็ดขาดไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นฎีกาและยกคำร้องทั้งหมด เนื่องจากคดีไม่มีเหตุสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ส่งผลให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่สั่งเพิกถอนการเป็นบุตรบุญธรรมมิชอบนี้ มีผลผูกพันตามกฎหมายและถึงที่สุดทันที
ภายหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการถอนชื่อทางทะเบียน นายรัชต์สพล ได้ให้สัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับทีมข่าว “เวทีข่าว” ถึงทิศทางต่อไปของตระกูล โดยระบุถึงประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังจับตามองว่า ครอบครัวจะมีแนวทางปฏิบัติและบริหารจัดการกองมรดกมูลค่ากว่า 500 ล้านบาทของคุณวีณาอย่างไรต่อจากนี้ และที่สำคัญที่สุดคือ “การเช็กบิลคนผิด” โดยทางทายาทลั่นวาจาว่าจะไม่มีการละเว้น และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับทุกคนที่มีส่วนร่วมในขบวนการทำเอกสารและปลอมแปลงลายเซ็น เพื่อให้มารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งในส่วนของครอบครัวศิลาสุวรรณเอง และความยุติธรรมของพยานปากเอกอย่างคุณเก่ง ธัญรส ที่ต้องเดือดร้อนจากการลุกขึ้นมาพูดความจริง
🎥 เตรียมพบกับคลิปสัมภาษณ์ตัวเต็มเร็ว ๆ นี้! ทางช่องและเพจข่าวของเราจะปล่อยคลิปเปิดใจแบบเจาะลึกทุกคำพูดของทายาทตระกูลศิลาสุวรรณ ว่าก้าวต่อไปในการทวงคืนศักดิ์ศรีและล้างบางขบวนการลวงโลกนี้จะมีใครตกเป็นเป้าหมายรายต่อไปบ้าง ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!
นับเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่พิสูจน์ว่าความจริงไม่เคยตายและกฎหมายยังคงศักดิ์สิทธิ์ แต่เมื่อทะเบียนบุตรบุญธรรมปลอมถูกลบออกจากระบบราชการสำเร็จแล้ว คำถามสำคัญที่สังคมต้องคิดต่อคือ เจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ร่วมขบวนการที่มีส่วนรู้เห็นกับการปลอมแปลงเอกสารตั้งแต่แรก จะต้องถูกลากตัวมารับโทษทางอาญาและชดใช้ความเสียหายในระดับที่รุนแรงแค่ไหน เพื่อไม่ให้ระบบราชการไทยถูกใช้เป็นเครื่องมือของกลุ่มทุจริตอีกต่อไป?