สายไหมต้องรอดพาสองเหยื่อคดีใหญ่ยื่นเรื่องกรมคุ้มครองสิทธิฯ “แม่ภัทร” ถูกลูกชายแท้ๆ กักขังในเนอร์ซิ่งโฮม จ.กาญจนบุรี ขอรับเงินเยียวยา ก่อนลุยร้อง สคบ. ฟ้องศูนย์ดูแลฯ ขณะที่เหยื่อสาว จ.นครสวรรค์ โดนช่างโยธาทารุณโหดถอดเล็บ-จ่อปืนขู่ฆ่า ร้องขอชุดคุ้มครองพยานลงพื้นที่ด่วน หลังเกรงโดนอุ้มเก็บ!
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอดและ ทีมงานเพจ “สายไหมต้องรอด” ได้นำผู้เสียหายจาก 2 คดีสะเทือนขวัญ เข้าร้องเรียนและยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือต่อกองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ โดยมี นางบุญภาดา พึ่งบุญ ณ อยุธยา อรุณเบิกฟ้า ผู้อำนวยการกองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา และสำนักงานคุ้มครองพยาน ร่วมรับมอบหนังสือและสอบปากคำเบื้องต้น
สำหรับกรณีแรก คือ “คุณแม่ภัทร” ผู้เสียหายจากคดีถูกลูกชายแท้ๆ นำตัวไปกักขังไว้ภายใน “โสธรชัยเนอร์ซิ่งโฮม” อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยขัดต่อเจตนาและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง การเดินทางมาในครั้งนี้เป็นการยื่นเรื่องเพื่อขอรับเงินเยียวยาและค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาตามสิทธิอันพึงได้ตามกฎหมาย ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการยื่นเรื่องที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ ทีมงานสายไหมต้องรอดจะพาคุณแม่ภัทรเดินทางต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียน ดำเนินคดี และเรียกร้องค่าเสียหายจากเนอร์ซิ่งโฮมดังกล่าว ในฐานะผู้ให้บริการที่ปล่อยให้เกิดการกักขังละเมิดสิทธิผู้สูงอายุต่อไป
ส่วนอีกหนึ่งกรณีสุดสะเทือนใจ คือ “น้องเคสนครสวรรค์” เหยื่อที่ถูกนายช่างโยธาทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยม ทารุณด้วยการถอดเล็บ นำอาวุธปืนมาจ่อข่มขู่ และล่าสุดยังส่งคำขู่ฆ่าอย่างรุนแรง ทำให้ผู้เสียหายและครอบครัวตกอยู่ในความหวาดกลัวอย่างหนักว่าจะถูกอุ้มฆ่าปิดปาก จึงต้องเดินทางมาร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดูแลและจัดตั้งระบบคุ้มครองพยานโดยด่วนที่สุด
ทางด้าน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้กำหนดแนวทางช่วยเหลือทันที โดยเตรียมจัดส่งชุดคุ้มครองพยานลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยให้ “น้องเคสนครสวรรค์” อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรัดกระบวนการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาทางการเงินแก่ผู้เสียหายทั้งสองรายตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ พ.ศ. 2546 รวมถึงจัดส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าฟื้นฟูสภาพจิตใจอย่างต่อเนื่อง
คดีความขัดแย้งในครอบครัวและการทำร้ายร่างกายอย่างทารุณในครั้งนี้ จะจบลงอย่างไร ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุจะต้องรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหน และผู้ก่อเหตุจะได้รับโทษตามกฎหมายหรือไม่? ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด!

