| ณัฐวัฒน์ รัตนณวัฒนสกุล | |
|---|---|
ณัฐวัฒน์ในรายการถกไม่เถียง ปี พ.ศ. 2567
|
|
| เกิด | 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 (อายุ 36 ปี) |
| สัญชาติ | ไทย |
| ชื่ออื่น | เต๋า, เต่าบินได้ |
| อาชีพ | นักกฎหมายอิสระ, นักกิจกรรมทางสังคม, ผู้สื่อข่าว, ผู้ประกอบการ |
| องค์กร | เครือข่ายคดีผู้บริโภค และการป้องกันและปราบปรามการทุจริต – ภาคประชาชน |
| ผลงานโดดเด่น | การรณรงค์ด้านสิทธิผู้บริโภค, คดีมรดก 500 ล้านบาทตระกูลศิลาสุวรรณ |
| คู่สมรส | ธัญญรส รัตนณวัฒนสกุล |
| เว็บไซต์ | ntgroup-asia.com |
ณัฐวัฒน์ รัตนณวัฒนสกุล (ชื่อเล่น: เต๋า หรือ เต่าบินได้; เกิด 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532) เป็นนักกฎหมายอิสระ นักรณรงค์ด้านสิทธิผู้บริโภค นักกิจกรรมทางสังคม ผู้สื่อข่าว และผู้ประกอบการชาวไทย[1] เขาเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่าย “คดีผู้บริโภค และการป้องกันและปราบปรามการทุจริต – ภาคประชาชน” และมีบทบาทสำคัญในการเป็นกระบอกเสียงให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะในคดีมรดก 500 ล้านบาทของตระกูลศิลาสุวรรณซึ่งเป็นที่สนใจของสังคมในช่วงปี พ.ศ. 2567–2568[2]
ประวัติและภูมิหลัง
ณัฐวัฒน์เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 เขาเริ่มสนใจด้านกฎหมายจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ถูกกลั่นแกล้งในที่ทำงาน โดยมองว่าผู้มีอำนาจมักเอาเปรียบประชาชน จึงตัดสินใจศึกษากฎหมายเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือผู้อื่น
ประวัติการศึกษาและการทำงาน
การศึกษา
ณัฐวัฒน์สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดป้อมวิเชียรโชติการาม โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา โรงเรียนวิเศษวิทยา และโรงเรียนวิเศษศึกษา ต่อมาเขาสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาประมงทะเลและเดินเรือสินค้า จากวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร (สถาบันอาชีวะภาคกลาง 6) ในปี พ.ศ. 2551[ต้องการอ้างอิง]
การทำงาน
ณัฐวัฒน์เริ่มต้นอาชีพในสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเริ่มจากตำแหน่งช่างเทคนิคและเจ้าหน้าที่สนับสนุนด้านไอทีให้กับบริษัทเอกชนหลายแห่ง อาทิ บริษัท แน็บ คอมพิวเตอร์ จำกัด, บริษัท แพนฟู้ด จำกัด, บริษัท บิสซิเนส โลจิสติกส์ ไทยแลนด์ จำกัด และบริษัท ท้าพิสูจน์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (TPF) ระหว่างปี พ.ศ. 2552 ถึง พ.ศ. 2556[ต้องการอ้างอิง]
ต่อมาเขาดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Manager) และที่ปรึกษาให้กับบริษัทต่าง ๆ เช่น บริษัท กู๊ดลัค โปรดักท์ จำกัด, บริษัท สวิทซ เฟลคซ เพลท-เมคคิ่ง จำกัด และบริษัท ท็อปแวลู คอร์ปอเรท จำกัด (Topvalue Corporate Ltd.) ระหว่างปี พ.ศ. 2557 ถึง พ.ศ. 2559[ต้องการอ้างอิง]
ระหว่างปี พ.ศ. 2559 ถึง พ.ศ. 2562 ณัฐวัฒน์ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับบริษัทมหาชน คือ บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) และบริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด (Habitat Group) โดยมีส่วนร่วมในการวางแผนระบบงานเพื่อรองรับการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย[ต้องการอ้างอิง]
นอกจากนี้ ณัฐวัฒน์ยังเป็นผู้ประกอบการ โดยเป็นเจ้าของธุรกิจร้านแอร์สมุทรสาคร, เอ็นที คอมพิวเตอร์ และเว็บไซต์แอร์สมุทรสาคร.com ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา รวมถึงเป็นเจ้าของกิจการเครือข่ายคดีผู้บริโภคตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556[1]
ในด้านสื่อสารมวลชน ปัจจุบันเขาทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวฝ่ายข่าวอาชญากรรมและการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้กับสื่อหลายแห่ง เช่น Live On Air Tv Online, LeaderToday Online และหนังสือพิมพ์เวทีข่าว[3]
การก่อตั้งเครือข่ายและบทบาททางสังคม
ในปี พ.ศ. 2556 ณัฐวัฒน์ได้ก่อตั้งเพจ “คดีผู้บริโภค” เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำที่ไม่เป็นธรรมของผู้ประกอบการ ต่อมาในปี พ.ศ. 2565 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “คดีผู้บริโภค การป้องกันและปราบปรามการทุจริต – ภาคประชาชน” เพื่อขยายขอบเขตการทำงานไปสู่การรณรงค์ต่อต้านการทุจริตในภาครัฐและเอกชน[1]
ณัฐวัฒน์และเครือข่ายของเขาอ้างว่าสามารถให้ความช่วยเหลือผู้ร้องเรียนมาแล้วกว่า 30,000 เรื่อง และดำเนินคดีในศาลมากกว่า 2,000 คดี (ข้อมูลถึงปี พ.ศ. 2566)[3]
คดีมรดก 500 ล้านบาท (ตระกูลศิลาสุวรรณ)
ณัฐวัฒน์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการให้ข้อมูลและสนับสนุนภรรยาของตนในคดีพิพาทมรดก 500 ล้านบาทของตระกูลศิลาสุวรรณ
ภูมิหลังคดี
นางวีณา ศิลาสุวรรณ เศรษฐินีใจบุญในจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าของบ้านศิลาสุวรรณซึ่งเป็นเรือนไม้สักทองโบราณอายุเก่าแก่กว่า 90 ปี เสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2564 ทิ้งทรัพย์สินอันประกอบด้วยที่ดิน อาคารพาณิชย์ และเงินสดมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท[4][5] หลังจากนั้น อดีตแม่บ้านผู้ดูแลใกล้ชิด (นามสมมติ “หนูหริ่ง”) ได้อ้างสิทธิ์ในมรดกโดยแสดงสถานะเป็นบุตรบุญธรรมเพียงผู้เดียว[6]
การเปิดโปงความผิดปกติ
น.ส.ธัญญรส รัตนณวัฒนสกุล ภรรยาของณัฐวัฒน์ ซึ่งเป็นอดีตลูกจ้างฝ่ายทะเบียนอำเภอเมืองสมุทรสาคร ได้ตรวจพบว่ามีการปลอมแปลงลายเซ็นของตนในเอกสารการรับบุตรบุญธรรมดังกล่าว โดยเอกสารระบุว่าเธอเป็นพยานในวันเซ็นเอกสาร ทั้งที่เธอไม่เคยเกี่ยวข้องหรือลงนามแต่อย่างใด[7][8]
ณัฐวัฒน์ในฐานะสามีและนักกฎหมายอิสระได้ให้การสนับสนุนภรรยาอย่างเต็มที่ โดยเน้นการรวบรวมหลักฐานและการประสานงานกับสื่อมวลชนเพื่อเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ[9]
การปรากฏตัวในสื่อ
ณัฐวัฒน์ได้ร่วมออกรายการโทรทัศน์หลายรายการเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในคดี ได้แก่:
- รายการ โหนกระแส ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีบ้านศิลาสุวรรณ[9][6]
- รายการ ถกไม่เถียง ในตอน “กล้าพูดจริง ชีวิตพัง”[7]
- รายการไทยรัฐนิวส์โชว์
ผลกระทบและการดำเนินคดี
คดีนี้สร้างความตื่นตัวในสังคมไทยเกี่ยวกับประเด็นกฎหมาย 3 ประการ ได้แก่ การคุ้มครองสิทธิของทายาทโดยธรรม ช่องโหว่ในกระบวนการจดทะเบียนบุตรบุญธรรม และปัญหาการปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ในกลุ่มผู้สูงอายุ[4][5]
น.ส.ธัญญรสได้ลุกขึ้นมาเป็นพยานเบิกความต่อศาล ซึ่งนับเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนการรับบุตรบุญธรรมดังกล่าว ส่งผลให้สาวใช้หมดสิทธิ์ในกองมรดกมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท[8][5] อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการเปิดโปงคดี ธัญญรสถูกประเมินไม่ผ่านงานเนื่องจากขาดคุณธรรม–จริยธรรมและถูกให้ออกจากราชการ ส่งผลให้ณัฐวัฒน์ต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรมต่อสังคมผ่านสื่อมวลชน[2][8][6]
ปณิธาน
ณัฐวัฒน์กล่าวว่าตนมีปณิธานที่จะทำงานเพื่อส่งเสริมสิทธิผู้บริโภคและการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อสร้างความยุติธรรมให้กับประชาชน โดยปัจจุบันเขายังคงดำเนินกิจกรรมภาคประชาชนเพื่อสนับสนุนกระบวนการยุติธรรม[1]
อ้างอิง
- ^ เกี่ยวกับเรา – คดีผู้บริโภค และ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต – ภาคประชาชน. ntgroup-asia.com
- ^ ทายาทเปิดพิรุธ ‘สาวใช้’ หวังฮุบมรดกเศรษฐินี 500 ล้าน สามียันไม่จริง…. CH3Plus.com
- ^ เกี่ยวกับเรา – ntgroup-asia.com (สืบค้นเมื่อ 2026-06-25)
- ^ ข้อพิพาทมรดก 500 ล้านบาท (ตระกูลศิลาสุวรรณ). Kapook.com
- ^ ย้อนศึกชิงมรดกตระกูล “ศิลาสุวรรณ” ทายาทฟ้องเด็กรับใช้ปลอมลายเซ็น ฮุบ 500 ล. Tnews
- ^ โหนกระแสเดือด! ปมมรดก 500 ล้าน ตระกูลดัง “ศิลาสุวรรณ” กับตำนาน “ผมเกิดวันอังคาร”. Sanook.com
- ^ กล้าพูดจริง ชีวิตพัง สาวถูกไล่ออก เหตุถูกปลอมลายเซ็น คดีมรดก 500 ล้าน. ถกไม่เถียง (Facebook)
- ^ คดีมรดก 500 ล้าน บ้านศิลาสุวรรณ ใกล้ถึงบทสรุป — ศาลเพิกถอนสาวใช้ คืนสิทธิให้ทายาทโดยชอบธรรม. ntgroup-asia.com
- ^ ศึกชิงมรดก 500 ล้าน ทายาทฟ้องเด็กรับใช้ปลอมลายเซ็น หวังฮุบมรดก l EP.1826. โหนกระแส


